เที่ยวญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดสถานที่สำคัญนี้!!

 

Tour around NORTH KANTO

แม้ว่าฤดูกาลแห่งการชมดอกซากุระผลิบานจะผ่านไป แต่กระแสเที่ยวญี่ปุ่นก็ยังแรงอยู่เรื่อยๆ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยแห่เดิน-ทางไปเยือนกันคึกคัก ทางญี่ปุ่นเองก็อ้าแขนต้อนรับอย่างเต็มใจ เพราะดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ดึงดูดให้ผู้คนไปเยือนได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมที่เก่าแก่ และยังคงดำเนินควบคู่ไปกับความศิวิไลซ์ที่สุดโต่ง พร้อมทั้งเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละเมือง

ล่าสุดตัวแทนจากจังหวัดทั้งห้าในนามของ Kanto District Transport Bureau ได้จัดทริปเชื้อเชิญสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆให้ไปเยือน ภูมิภาคคันโตะเหนือ (North Kanto) ซึ่งได้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทั้งห้าจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคและใกล้เคียงกันอันประกอบไปด้วย จังหวัดกุนมะ (Gunma Prefecture)…จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki )…จังหวัดโทชิกิ (Tochigi Prefecture) โดยรวมเอา จังหวัดนีกาตะ (Niigata Prefecrure) ทีอยู่ใน ภูมิภาคจูบุ (Chubu Region) และจังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima Prefecture) ที่อยู่ในเขต โทโฮขุ (Tohoku Region) ไว้ด้วยกัน

แม้ว่าทั้งสองจังหวัดนี้จะอยู่กันคนละภูมิภาค แต่ถือว่าเป็นเขตติดต่อที่มีการประสานงานและสื่อสารถึงกันอยู่ตลอด

ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพในการเดินทางท่องเที่ยวที่ข้ามไปมาระหว่างภูมิภาคว่าไม่ได้ยากเย็นเลย ด้วยการเดินทางโดยรถไฟชินคันเซ็นที่รวดเร็ว สามารถเดินทางไปมาถึงกันได้สะดวก และเปิดโอกาสให้นักเดินทางชาวไทยสามารถเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

GUNMA

จังหวัดแรกในเขตภูมิภาคคันโตะ เหนือที่เราจะพาไปเยือนคือ กุนมะ (Gunma) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านเป็น แหล่งน้ำพุร้อน หรือ ออนเซ็น (Onsen) ที่ขึ้นชื่อจำนวนมากของประเทศญี่ปุ่น เพราะเสน่ห์ของกุนมะอยู่ที่การเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆที่แตกต่างกั้นตามฤดูกาล พร้อมแหล่งแช่ออนเซ็นที่เป็นเลิศในแต่ละเมือง

เราขอแนะนำสองเมืองด้วยกัน คือ เมืองออนเซ็น อิคาโฮะ (1kaho Onsen Town) และ เมืองออนเซ็น คูชัตสึ (Kusatsu Onsen Town)

Ikaho Onsen Town

เมืองออนเซ็น อิคาโฮะ (Ikaho Onsen Town) เป็นแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อที่มีประวัติว่าเป็นแหล่งบำบัดอาการโรคหลอดเลือดแข็งตัว ความเจ็บปวดของเส้นประสาท และรักษาบาดแผลไฟไหม้

จุดเด่นของเมืองนี้อยู่ที่ บันไดหิน (Stone Steps) ที่มีด้วยกัน 365 ชั้น ซึ่งสร้างขึ้นตามส้นทางไหลของน้ำพุร้อน เป็นแหล่งน้ำแร่สายหลักของอิคาโฮะ เรียกว่า โคงาเนะ โนะ ยุ (Kogane no Yu) หรือ น้ำแร่สีทอง (Golden Water) ซึ่งสีของน้ำแร่ร้อนนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อได้สัมผัสกับอากาศภายนอก เมื่อน้ำแร่ไหลลงมาตอนกลางของบันไดหิน ก็จะถูกส่งผ่านไปให้เรียวกังที่เป็นแหล่งออนเซ็น

โดยในยุคแรกๆมือราว 200 ปีนั้น มีเรียวกังทีเรียกว่า โอยะ 12 แห่งดตั้งกระจายอยู่สองข้างทางบันไดหิน และใช้สัญลักษณ์เป็นลาย12 นักษัตรบนแผ่นสัมฤทธิ์ติดไว้ที่พื้นบันไดทางดิน แต่ปัจจุบันโอยะบางแห่งปิดตัวไปแล้ว คงเหลือไว้แค่เพียงสัญลักษณ์นักษัตรบนพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งมาก่อน

ถึงกระนั้นปัจจุบันทุกคนยังได้สัมผัสกับบรรยากาศแหล่งอนเซ็นดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นร้นอาหารร้านค้าตลอดจนร้านเกมส์ยิงปืน ยิงธนูแบบเก่าแก่ตามงานวัดที่เราเคยพบเห็น

และที่พลาดไม่ได้คือการลิ้มลอง ออนเซ็น มันจู (Onsen Manju) ซาลาเปาสีน้ำตาลไส้ถัวแดง ซึ่งอิคาโฮะเป็นตันกำเนิดของขนมอร่อยนี้ และชั้นบนสุดของขั้นบันไดหินนั้นเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าอิคาโฮะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าที่คอยดูแลแหล่งตันน้ำแร่ของเมืองนี้นั่นเอง

 

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *